นางสาวสุชานันท์ แก้วคง รหัสนักศึกษา 6511218890

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่16


คาบสุดท้ายของการเรียนรู้

      พูดเกี่ยวกับแนวข้อสอบและการปฏิบัติตัวในการเข้าห้องสอบ ข้อสอบนั้นมีทั้งปรนัยและอัตนัย

การสอบอัตนัยนั้นจงเขียนด้วยลายมือที่อาจารย์สามารถอ่านออกและเข้าใจเพื่อเป็นผลประโยชน์

ที่ดีของตนเองนอกจากนี้พูดเกี่ยวกับคะแนนเก็บให้ส่งงานให้ครบและกำหนดวันส่งงานในบล็อก 

ว่าให้อาจารย์นั้นตรวจเมื่อไหร่และอาจารย์ให้เคลียร์งานต่างๆในบล็อกที่ยังไม่ครบหรือยังไม่เสร็จ

ส่วนคนที่ไม่มาอาทิตย์ที่แล้ว ให้ตามสอบเก็บคะแนนเกี่ยวกับการร้องเพลงและการจำลอง

สถานการณ์

การเรียนรู้ครั้งที่15

 พัฒนาการเด็กปฐมวัย

   พัฒนาการด้านร่างกาย

   กลีเซล

    1.พฤติกรรมการเคลื่อนไหว

    2.พฤติกรรมทางการปรับตัว

    3.พฤติกรรมทางด้านภาษา

    4.พฤติกรรมทางการส่วนตัวและสังคม

  พัฒนาการด้านสติปัญญา

  เพียเจต์

     1.ประสาทการรับรู้และเคลื่อนไหว (0-2ปี)

     2.ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (2-7ปี)

     3.ขั้นปฏิบัติการคิดแบบรูปธรรม (7-11ปี)

     4.ขั้นปฏิบัติการคิดแบบนามธรรม (12ปีขึ้นไป)

   พัฒนาการด้านสังคม

   อีริคสัน

      1.ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจไม่วางใจ(แรกเกิด-2ปี)

      2.ความเป็นตัวเองและละอายและสงสัย(2-4ปี)

      3.คิดริเริ่มความรู้สึกผิด(4-5ปี)

      4.ความขยันและความรู้สึกต่ำต้อย(5-12ปี)

      5.ความเป็นอัตลักษณ์และสับสนในบทบาท(13-19ปี)

      6.ความใกล้ชิดและอ้างว้างผ20-40ปี)

      7.การสืบทอดและการคิดถึงตัวเอง(40-45ปี)

      8.ความสมบูรณ์ในชีวิตและความสิ้นหวัง(65ปีขึ้นไป)

    พัฒนาการด้านจิตใจ

   ฟอยด์

      1.แสวงหาความสุขจากอวัยวะปาก(0-1ปี)

      2. แสวงหาความสุขจากทวารหนัก(1-3ปี)

      3.แสวงหาความสุขจากอวัยเพศ(3-6ปี)

      4.แสวงหาความสุขจากสิ่งแวดล้อม(9-13ปี)

      5.แรงขับเคลื่อนจากเพศ

   โคลเบิร์ก

      1.ก่อนมีจริยธรรมหรือเกณฑ์สังคม

      2.จริยธรรมตามสังคม

      3.ระดับเหนือกฏเกณ์สังคม


การเรียนรู้ครั้งที่14

 



ได้สรุปเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมการเรียนรู้เด็กปฐมวัยว่าทั้งหมดของเทอมนี้เรียนเกี่ยวอะไรและสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างนอกจากนี้ยังได้เขียนถึงเจตคติกับวิชาและผู้สอน

นอกจากการสรุปเนื้อหาต่างๆแล้วยังเก็บคะแนนโดยการร้องเพลงเด็กที่สามารถนำมาสอนหรือใช้ต่ออาชีพในอนาคตและรู้เทคนิคการร้องและทำนอง


จำลองสถานการณ์ที่สามารถสอนเด็กๆหรือลูกๆสถานการณ์ที่เลือกคือ การประหยัดอดออมไม่ใช่จ่ายฟุ่มเฟือยรู้ตักการใช้เงิน




วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรีบนรู้ครั้งที่13

 


การนำเสนอในหัวข้อเรื่อง ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21

1.มีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ

2.ต้องการดัดแปลงสิ่งต่างๆให้ตรวความพอใจ

3.ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง

4.เป็นตัวของตัวเองและสร้างปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น

5.ความสุกสนานเป็นส่งนหนึ่งของงาน

6.การร่วมมือและความสัมพันธ์เป็นส่วนหนึ่งของทุกกิจกรรม

7.ต้องการความเร็วในการสื่อสารและค้นหาข้อมูล

8.สร้างนวัตกรรมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต

นอกจากจะรู้คุณลักษณะขอฃเด็กในศตวรรษที่21แล้วยังรู้ในการนำเสนอแบบแผนในการเขียนลงในกระดาษ การจัดวางให้มีความน่าสนใจ และถูกต้อง

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่12

 สรุปเนื้อหาวันที่27/09/65

รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแนวคิดของ Daina Buamrind

 หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ คือ การอบรมเลี้ยงดูที่เด็ก ได้รับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองมิติสำคัญในการอธิบายพฤติกรรมของบิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรว่า ประกอบด้วย 2 มิติ คือ 1) มิติควบคุมหรือเรียกร้องจากบิดามารดา และ 2) มิติการตอบสนองความ รู้สึกเด็ก จากการผสมผสาน 2 มิติ ทำให้ Baumrind จัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ คือ 1) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (ควบคุมและตอบสนองความรู้สึกเด็ก) 2) รูปแบบการ อบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (ควบคุมแต่ไม่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก) และ 3) รูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบตามใจ (ไม่ควบคุมแต่ตอบสนองความรู้สึกเด็ก)

ในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ต่างเห็น พ้องต้องกันว่า การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพ แวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความ สามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วน สภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้น เร็วหรือล่าช้าได้ 2) กล่าวถึงพัฒนาการเด็กที่ดีว่า เริ่มต้นจาก ครอบครัว เด็กจะเติบโตมีคุณภาพชีวิตและ บุคลิกภาพเช่นไร จะเป็นคนดีมุ่งทำประโยชน์แก่ สังคมหรือจะเป็นคนด้อยสมรรถภาพ สร้างปัญหา แก่ตนและสังคม ส่วนหนึ่งย่อมขึ้นอยู่กับสภาพ ครอบครัวและวิธีการอบรมเลี้ยงดูจากบุคคลใน ครอบครัวเป็นสำคัญ

Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น      2 มิติ กว้างๆ คือ                                                                                                                                          1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) คือ การที่บิดามารดา กำหนดมาตรฐานสำหรับเด็กและเรียกร้องให้เด็กทำ ตามมาตรฐานที่บิดามารดาได้กำหนดไว้                                  2. มิ ติ ก า ร ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม รู้ สึ ก เ ด็ ก (Responsive) คือ การที่บิดามารดาหรือผู้ดูแลเด็ก              ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก ซึ่งบิดามารดา บางคนจะยอมรับ เข้าใจ และตอบสนองความ ต้องการของเด็กด้วยดี Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้                                                                                                                                                      1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดาสนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการ ตามวุฒิภาวะของเด็ก โดยที่บิดามารดาจะอนุญาต ให้เด็กมีอิสระตามควรแก่วุฒิภาวะ                                                                                                                                                     

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style) คือ การอบรม เลี้ยงดูที่บิดามารดามีความเข้มงวดเรียกร้องสูง แต่ ไม่ตอบสนองความต้องการของเด็กโดยสิ้นเชิง  

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style) คือ การอบรมเลี้ยง ดูที่บิดามารดาปล่อยให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ตามการ ตัดสินใจของเด็กโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต  

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved)

การเรียนรู้ครั้งที่11

 



 กิจกรรมการออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็ก

กิจกรรมที่เลือกทำคือ กิจกรรมสำหรับเด็กอายุ 3 ปี

ชื่อสิ่งประดิษฐื คือ รถของเล่น

-พัฒนาการเด็กอายุ 3 ปี

พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหวในวัยนี้กล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่มีการพัฒนามากขึ้น 

-วัตถุประสงค์

เพื่อพัฒนาด้านร่างกายในส่วนกล้ามเนื้อมัดเล้กและมัดใหญ่ในการทำชิ้นงานและฝึกจินตนาการ

-วัสดุอุปกรณ์

ไม้ลุูกชิ้น 2 ไม้ 

ขวดน้ำ 2 ขวด 

ฝาขวดน้ำ 5 ฝา

ไม้ตะเกียบ 1 คู่ 

หนังยาง 15 เส้น

หลอดน้ำ 2 หลอด

คัตเตอร์ 

กรรไกร

-วิธีการทำ

1.นำขวดมาเจาะรู 4 รู

2.ติดฝาไว้ที่ข้างๆเพื่อเป็นล้อ 

3.น้ำหนังยางมาพันไว้ที่ปลายไม้ตรงล้อเพื่อนไม่ให้ล้อหลุดออก

4..เอาตะเกียบมาติดด้านหลัง 450 องศา

-วิธีการเล่น

นำไปเข็นกับพื้นหรือใช้วิธีการเป่าโดยใช้ลมในการเคลื่อนที่ของรถของเล่น

-ประโยชน์ที่ได้รับ

ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น นิ้วมือ มือ ฝึกทักษะการประดิษฐ์และได้รับความสนุกสนานจากสิ่งประดิษฐ์     


วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่10

                                                  การออกแบบกิจกรรมสำหรับเด็ก



1.สำหรับเด็กอายุ 1 ปี
-พัฒนาการสำหรับเด็กอายุ 1 ปี
เด็กจะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว เช่น การคลาน การน่ง การเดิน และจะมีพัฒนาการด้านการมองเห็นและสังเกต
-วัตถุประสงค์
เพื่อให้เด็กฝึกพัฒนาการด้านการมองเห็น
-วัสดุ/อุปกรณ์
ขวดน้ำ 
เชือก
ฝาขวดน้ำสีต่างๆ
-ขั้นตอนการทำ
ตัดครึ่งขวดน้ำใช้ส่วนล่างก้นขวดแล้วเจาะรู 5-6รู
นำฝาขวดน้ำมาเจาะรูแล้วนำเชือกร้อยเข้าไป
นำเชือกที่ร้อยกับฝาร้อยเข้าไปในรูก้นขวดที่เจาะไว้
-วิธีการเล่น
เด็กไม่สามาถเ่นได้เด็กจึงสามารถทำได้แค่มองเห็นกับสิ่งของชิ้นนี้
-ประโยชน์
เพื่อฝึกพัฒนาการด้านการมองเห็นและสังเกต
2.สำหรับเด็กอายุ 2 ปี
-พัฒนาการของเด็ก 2 ปี
เด็กจะมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นจากเด็กแรกเกิด สามารถเดินได้คล่องขึ้น สามารถหยิบสิ่งของต่างๆและสามารถพูดได้1-5คำ
-วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหวและหยิบจับสิ่งของ
-วัสดุอุปกรณ์
ฝากล่อง
ฝาขวดน้ำ
สี
กระดาษสี
กาว
-วิธีทำ
ตัดฝาขวดน้ำใช้ส่วนบน 3 ขวด
นำกระดาษสี 3 สี มาแปะฝากล่อง
นำปากขวดที่ตัดมาแปะลงแผ่นกระดาษสีที่แปะแล้วบนฝากล่อง
-วิธีการเล่น
นำฝาขวดสีเดียวกับกระดาษใส่ตามขวด
-ประโยชน์ที่ได้รับ
เด็กสามารถจับสิ่งของได้
เด็กได้สังเกตสี
3.สำหรับเด็กอายุ 3 ปี
-พัฒนาการเด็กอายุ 3 ปี
พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหวในวัยนี้กล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่มีการพัฒนามากขึ้น
-วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาด้านร่างกายในส่วนกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ในการทำชิ้นงานและฝึกจินตนาการ
-วัสดุอุปกรณ์
ไม้ลูกชิ้น 2 ไม้
ขวดน้ำ 2 ขวด 
ฝาขวดน้ำ 5 ฝา
ไม้ตะเกียบ 1 คู่
หนังยาง 15 เส้น
หลอดน้ำ 2 หลอด
คัตเตอร์
กรรไกร
-วิธีทำ
นำขวดมาเจาะ 4 รู ติดล้อไว้ที่ใต้ขวด(ฝา)ไม้ใต้ขวด เอาไม้ตะเกียบมาติดด้านหลัง 450 องศา พร้อมติดหนังยางไว้ที่ปากขวด
-วิธีการเล่น
ไขลานแล้วปล่อยให้รถวิ่งไปตามทางที่ต้องการหรือสามารถเข็นโดยใช้แขนหรือมือออกแรงเข็น
-ประโยชน์ที่ได้รับ
ได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น นิ้วมือ มือ
ฝึกทักษะการประดิษฐ์และได้ระบความสนุกสนานจากสิ่งประดิษฐ์

การเรียนรู้ครั้งที่16

คาบสุดท้ายของการเรียนรู้       พูดเกี่ยวกับแนวข้อสอบและการปฏิบัติตัวในการเข้าห้องสอบ ข้อสอบนั้นมีทั้งปรนัยและอัตนัย การสอบอัตนัยนั้นจงเข...